บทที่ 23 แกงฮังเลกับแกงแค: สองขั้วของครัวเหนือ
สำรับเหนือมีแกงสองจานที่ยืนคนละขั้วอย่างงดงาม และครัวเราตำพริกแกงเองทั้งคู่
แกงฮังเล คือขั้วของความมั่งคั่ง ชื่อมาจากภาษาพม่า — “ฮิน” แปลว่าแกง “เล” แปลว่าเนื้อสัตว์ เข้าสู่ครัวล้านนาผ่านยุคพม่าปกครอง ยุคสัมปทานป่าไม้ และพรมแดนที่ผู้คนไหลถ่ายเทไม่ขาดสาย บางสายชี้ว่าผงฮังเล-ผงมัสล่าอันเป็นหัวใจของแกง เป็นเครื่องเทศบดตระกูลแขก เส้นทางของจานนี้จึงอาจยาวถึงอินเดียก่อนถึงพม่า และมีปมภาษาที่สนุกที่สุด: แกงที่ล้านนาเรียกฮังเลนั้น คนพม่ากลับเรียก “แวะตาฮีน” ส่วนคำ “ฮินเล” ในพม่าแท้ๆ หมายถึงแกงแบบที่ล้านนาเรียกแกงโฮะ — ชื่อเดินทางแยกจากตัวแกง เหมือนจดหมายที่สลับซอง ในวัฒนธรรมล้านนา ฮังเลคือแกงมงคลต้นทุนสูง สามชั้นเคี่ยวกับขิง กระเทียมดอง น้ำมะขาม จนเปื่อยหนึบเป็นเงา นิยมทำถวายพระในวันสำคัญ
แกงแค คือขั้วของความสมถะ — แกงรวมผักตามฤดูที่เล่าไว้ในบทที่สิบสี่ ไม่มีกะทิ ไม่มีของแพง มีแต่พริกแกง มะแขว่น เนื้อสัตว์เล็กน้อย และผักเท่าที่วันนั้นให้ ฮังเลคือแกงวันพระใหญ่ แกงแคคือแกงวันธรรมดา และครัวที่แท้ต้องทำได้ดีทั้งสองวัน
สองจานนี้สอนบทเรียนเดียวกันจากคนละทาง: ฮังเลสอนว่าครัวเหนือรับของนอกเก่งแค่ไหน แกงแคสอนว่าครัวเหนือพึ่งตัวเองเก่งแค่ไหน — และเมืองพรมแดนอย่างลับแล จำเป็นต้องเก่งทั้งสองอย่างเพื่ออยู่รอด