ยินดีต้อนรับสู่ร้านลำลำลับแลบ้าน 100 ปี เปิดทุกวัน 10.00-20.00 ทุกวันครับดูเมนูอาหาร →
ภาคสาม — จากดินสู่ครก

บทที่ 15 มือที่ไม่ได้อยู่ในครัว: ตีนจกกับตองกง

หนังสือ “ลับแลง — ตำราเล่าเรื่องแห่งเมืองที่อดีตยังกินได้” · ลำลำลับแล

หนังสืออาหารเล่มนี้ขอสงวนหนึ่งบทให้กับของสองอย่างที่กินไม่ได้ เพราะมันอธิบายมือของคนลับแลได้ดีกว่าอาหารเสียอีก

อย่างแรกคือผ้าซิ่นตีนจก ศิลปะการทอที่ใช้ขนเม่นหรือไม้ “จก” เส้นด้ายพิเศษขึ้นมาสร้างลวดลายทีละเส้นทีละแถว ผ้าตีนจกหนึ่งผืนคือการนับที่ไม่มีเครื่องช่วย จำที่ไม่มีกระดาษ และรอที่ไม่มีทางลัด ผู้หญิงลับแลรุ่นก่อนแทบทุกคนทอเป็น เพราะซิ่นตีนจกคือทั้งเครื่องนุ่งห่มงานบุญ ทั้งสมบัติติดตัว และทั้งใบประกาศฝีมือของผู้ทอ — หม่อนน้อยของเรา หญิงชราผู้เฝ้าเรือนที่ท่านจะพบในภาคห้า ก็เลี้ยงชีพด้วยกี่ทอผ้านี้เอง

อย่างที่สองคือไม้กวาดตองกง ที่เล่าค้างไว้ในบทที่ห้า — กำเนิดจากไม้กวาดเมืองจีนหนึ่งด้ามที่กรมพระยาดำรงฯ ประทานพระศรีพนมมาศ และสายตาของท่านที่มองเห็นดอกหญ้าตองกงเต็มเมือง วันนี้ผ่านมากว่าร้อยปี ไม้กวาดตองกงยังเป็นหัตถกรรมเลี้ยงครัวเรือนลับแล มัดกันในใต้ถุน ขายกันทั้งประเทศ

สองสิ่งนี้บอกอะไร — บอกว่ามือของคนเมืองนี้ถูกฝึกมาในทางเดียวกันหมด ไม่ว่าจะจับเส้นด้าย จับดอกหญ้า หรือจับสาก: ทำของธรรมดาให้ประณีตด้วยความอดทน ไม่ใช่ด้วยเครื่องมือ ผ้าหนึ่งผืนใช้เวลาเป็นเดือน ไม้กวาดหนึ่งด้ามผ่านมือเป็นร้อยจังหวะ พริกแกงหนึ่งครกตำจนแขนล้า — เศรษฐศาสตร์สมัยใหม่เรียกสิ่งเหล่านี้ว่าต้นทุนแฝง เราเรียกมันว่าราคาของของแท้

และเมื่อท่านเข้าใจมือแบบนี้แล้ว ท่านก็พร้อมสำหรับภาคสี่ — เพราะสำรับที่กำลังจะเสิร์ฟต่อจากนี้ ทำด้วยมือแบบเดียวกันทุกจาน