บทที่ 25 พ่อขากลิ้งกับแม่ขายอด
เรือนไม้หลังนี้สร้างขึ้นเมื่อราวร้อยปีก่อน โดยทวดของเราสองท่าน — พ่อขากลิ้งกับแม่ขายอด
ลองนึกภาพลับแลในยุคนั้น: พระศรีพนมมาศเพิ่งวางผังเมืองและวางระบบฝายเสร็จไม่นาน เมืองกำลังตั้งหลักในระเบียบใหม่ ครอบครัวหนึ่งตัดสินใจปลูกเรือนถาวรในหมู่บ้านโบราณหลังวัดป่ายาง — วัดเดียวกับที่เคยเลี้ยงเด็กชายทองอินให้เติบใหญ่ การปลูกเรือนใหญ่ในยุคนั้นคือการประกาศว่าครอบครัวนี้จะหยั่งราก ไม่ไปไหนอีกแล้ว
และท่านสร้างมันด้วยวิธีของช่างโบราณแท้ๆ: ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ไม้ทั้งหลังสอดรับจับกันเองด้วยการเข้าเดือยเข้าสลัก เทคนิคที่ต้องคำนวณทุกข้อต่อล่วงหน้า ผิดพลาดแก้ยาก แต่เมื่อทำถูก โครงสร้างจะยืดหยุ่นตามการหดขยายของไม้ อยู่ได้เป็นร้อยปีอย่างที่ตะปูเหล็กซึ่งขึ้นสนิมผุก่อนไม้ทำไม่ได้ — ทวดของเราสร้างบ้านด้วยตรรกะเดียวกับที่คนเมืองนี้ทำทุกอย่าง: ช้ากว่า ยากกว่า แต่อยู่ทนกว่า
เรือนหลังนี้เลี้ยงลูกมาเจ็ดคน เสียงเด็กเจ็ดคนบนพื้นไม้กระดานคงไม่เบา ตาของเราเป็นคนสุดท้อง — เด็กชายที่เกิดมาในบ้านที่พี่ๆ เต็มเรือน และคงไม่มีใครในวันนั้นคิดว่า สุดท้ายเรือนทั้งหลังจะเดินทางกลับมาอยู่ในมือของน้องเล็กคนนี้
เมื่อลูกๆ ทยอยแต่งงานออกเรือนกันไปจนหมด และทวดทั้งสองจากไป บ้านตกทอดแก่พี่สาวคนโตของบ้าน — และนั่นคือจุดเริ่มของบทต่อไป บทของผู้หญิงคนหนึ่งที่เฝ้าเรือนนี้ไว้เพียงลำพังนานหลายสิบปี