บทที่ 26 หม่อนน้อย: ผู้เฝ้าเรือน
ในความทรงจำวัยเด็กของเรา หม่อนน้อยคือหญิงชราที่อยู่เรือนใหญ่หลังนี้เพียงลำพัง
ท่านเดินหลังค่อม ไม่ใส่รองเท้า — ฝ่าเท้าของท่านรู้จักพื้นกระดานทุกแผ่นดีกว่าใครในโลก ท่านไม่มีกระเป๋าสตางค์ เงินทองเก็บในถุงพลาสติกที่ม้วนพับอย่างเป็นระเบียบ ใครเห็นอาจนึกว่ายากจน ความจริงคือท่านแค่ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องซื้อกระเป๋ามาใส่เงินซึ่งถุงก็ใส่ได้ — ตรรกะแบบคนรุ่นที่ของทุกชิ้นต้องมีหน้าที่ ไม่ใช่มีหน้าตา
หม่อนน้อยเลี้ยงชีพด้วยสองมือ: ทอผ้าบนกี่ และเลี้ยงหมูไว้ใต้ถุน เสียงกระสวยกระทบฟืมกับเสียงหมูใต้ถุนคือเพลงประจำเรือนยุคนั้น ท่านครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิต ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัวของตัวเอง — หรือพูดให้ถูกกว่านั้น ครอบครัวของท่านคือเรือนหลังนี้ ท่านแต่งงานกับบ้าน และซื่อสัตย์ต่อมันจนวันสุดท้าย
คนแบบหม่อนน้อยไม่มีอนุสาวรีย์ ไม่มีถนนตั้งชื่อตาม ประวัติศาสตร์กระแสหลักไม่มีบรรทัดให้หญิงชราเท้าเปล่าที่ทอผ้าเลี้ยงหมู แต่ขอให้คิดตามตรงนี้: ช่วงเวลาที่เรือนโบราณทั่วลับแลเริ่มถูกรื้อถูกขาย เรือนของเรารอดมาได้เพราะมีคนอยู่เฝ้ามันทุกคืนนานหลายสิบปี ถ้าไม่มีหม่อนน้อย บ้านคงว่างตั้งแต่รุ่นนั้น และบ้านว่างในเมืองนี้ไม่เคยจบดี — หนังสือเล่มนี้ทั้งเล่มจึงมีท่านเป็นผู้ร่วมเขียนคนสำคัญ โดยที่ท่านไม่เคยเขียนหนังสือสักบรรทัด
เมื่อหม่อนน้อยจากไป ท่านทิ้งเรือนไว้ให้น้องชายคนสุดท้อง — ตาเงิน และเรือนที่เงียบมานาน ก็ได้กลิ่นพริกแกงอีกครั้ง