บทที่ 4 สิ่งที่จารึกบอก
ตำนานว่าอย่างหนึ่ง หลักฐานใต้ดินว่าอีกอย่าง — และน่าตื่นเต้นกว่า
หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของเมืองนี้คือศิลาจารึกที่ขุดพบหน้าวิหารวัดเจดีย์คีรีวิหาร ถูกส่งเข้าหอสมุดวชิรญาณตั้งแต่ พ.ศ. 2473 ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญจารึกสุโขทัยอันดับต้นของประเทศ ให้ความเห็นว่าเนื้อหาน่าจะกล่าวถึงครั้งพระยาลิไทขึ้นเสวยราชย์ สอดคล้องกับฐานพระเจดีย์ของวัดซึ่งเป็นฐานเขียงสามชั้นตามแบบแผนสถาปัตยกรรมสุโขทัย
พระยาลิไทคือพระมหากษัตริย์องค์ที่ห้าแห่งกรุงสุโขทัย ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง วรรณกรรมพุทธศาสนาเล่มแรกของไทย การที่จารึกซึ่งกล่าวถึงรัชสมัยของพระองค์มาปรากฏอยู่หน้าวิหารวัดในหุบเขาลับแล แปลว่าดินแดนนี้ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่เพิ่งมีคนมาอยู่ มันคือชุมชนที่อยู่ในสายตาและสายบุญของราชธานีสุโขทัยมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 เป็นอย่างน้อย
ลึกลงไปกว่านั้น ยังมีการขุดพบกลองมโหระทึกและพร้าสำริดในบริเวณนี้ กลองมโหระทึกคือวัตถุแห่งวัฒนธรรมยุคโลหะที่แพร่กระจายทั่วอุษาคเนย์เมื่อกว่าสองพันปีก่อน การมีมันฝังอยู่ใต้ดินลับแล บ่งชี้ว่าก่อนหน้าคนไท ก่อนหน้าสุโขทัยและล้านนา หุบเขานี้มีชุมชนเก่าแก่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว
ลำดับเวลาที่หลักฐานวาดให้เห็นจึงเป็นแบบนี้: ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ → ชุมชนสมัยสุโขทัย (มีจารึก มีเจดีย์) → ช่วงที่บ้านเมืองซบเซาลง → การอพยพระลอกใหญ่จากทางเหนือเข้ามาตั้งเมืองใหม่ → ลับแลที่เรารู้จัก
แผ่นดินเดียว ถูกเขียนทับหลายรอบ เหมือนกระดาษที่ลบไม่หมด นักประวัติศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ด้วยศัพท์สวยๆ ว่าชั้นทับถมทางวัฒนธรรม แต่เราชอบเรียกแบบคนครัวมากกว่า — มันคือน้ำแกงที่เคี่ยวมาหลายรอบ กระดูกชั้นแรกละลายหายไปแล้ว แต่รสของมันยังอยู่ในน้ำ
และรสชาติอาหารของที่นี่ ก็คือน้ำแกงหม้อนั้น