บทที่ 5 นายอำเภอชื่อทองอิน
ประวัติศาสตร์ลับแลยุคใหม่มีตัวละครเอกหนึ่งคน และเรื่องของท่านเริ่มต้นที่วัดป่ายาง — วัดเดียวกับซุ้มประตูที่ท่านผู้อ่านต้องลอดผ่านก่อนถึงเรือนของเรา
ราว พ.ศ. 2404 เด็กชายคนหนึ่งเกิดในครอบครัวพ่อค้าเชื้อสายจีนแซ่ตัน บิดามารดายกให้เป็นบุตรบุญธรรมของหลวงพ่อน้อยแห่งวัดป่ายาง ผู้ตั้งชื่อให้ว่า “ทองอิน” เด็กชายทองอินโตขึ้นมาแบบลูกเมืองลับแลแท้ๆ เรียนหนังสือวัด บวชเรียน แล้วออกมาหาบเร่ขายของ เดินเท้าจากลับแลไปไกลถึงหาดเสี้ยว (ศรีสัชนาลัยปัจจุบัน) — สังเกตเส้นทางของพ่อค้าหนุ่มคนนี้ให้ดี: มันคือเส้นทางเหนือ-ใต้สายเดียวกับที่กองเกวียนและกองทัพใช้กันมาแต่โบราณ ซึ่งเราจะเล่าในภาคสอง
จากพ่อค้าหาบเร่ ทองอินเติบโตเป็นนายอากรที่มั่งคั่ง และทำสิ่งที่ผิดธรรมดาของคนมีเงินยุคนั้น — เอาทรัพย์ส่วนตัวสร้างถนน สร้างฝาย พัฒนาบ้านเกิดโดยไม่รอเงินหลวง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองลับแลในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2444 ทองอินเป็นแม่งานรับเสด็จจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนพิศาลจีนะกิจ และเลื่อนเป็น “พระศรีพนมมาศ” ในเวลาต่อมา ดำรงตำแหน่งนายอำเภอลับแล — ลูกวัดป่ายางกลายเป็นผู้ปกครองเมืองที่เลี้ยงตัวเขามา
ผลงานของท่านคือโครงกระดูกของลับแลทุกวันนี้: วางผังเมือง สร้างฝายหลวงและระบบเหมืองฝายที่หล่อเลี้ยงนาทั้งหุบ ส่งเสริมการศึกษาและการเกษตร และมีเรื่องหนึ่งที่เราชอบเป็นพิเศษ — เมื่อครั้งรับเสด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำไม้กวาดจากเมืองจีนมาประทาน พระศรีพนมมาศพิจารณาแล้วเห็นว่าดอกหญ้าตองกงที่ขึ้นเต็มเมืองลับแลน่าจะใช้ทำไม้กวาดได้เหมือนกัน จึงให้ช่างลองทำ — และนั่นคือกำเนิดของไม้กวาดตองกง หัตถกรรมที่เลี้ยงครัวเรือนลับแลมานับร้อยปี ของฝากจากเมืองจีนชิ้นเดียว ถูกแปลงเป็นอาชีพของคนทั้งเมือง ด้วยสายตาแบบพ่อค้าที่มองเห็นว่าของนอกทุกชิ้นทำเองได้ถ้าเรารู้จักของที่ตัวเองมี
พระศรีพนมมาศถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2465 วันนี้อนุสาวรีย์ของท่านยืนอยู่กลางเมือง และตำบลที่เป็นหัวใจของเมืองเก่าก็ใช้ชื่อของท่าน คำขวัญของตำบลศรีพนมมาศทุกวันนี้ยังเรียงของดีของเมืองไว้ครบ: ถิ่นลางสาดรสดี แหล่งไม้กวาดตองกง ดงหอมแดงเลื่องชื่อ นามระบือตำนานเมืองแม่ม่าย
ทำไมหนังสือตำราอาหารต้องมีบทของนายอำเภอ — เพราะเรือนไม้ของทวดเราสร้างขึ้นราวร้อยปีก่อน คือช่วงปลายชีวิตของพระศรีพนมมาศพอดี บ้านของเราเกิดในเมืองที่ท่านเพิ่งวางผัง กินน้ำนาจากฝายที่ท่านสร้าง และทุกเช้าที่ป้าชุมกวาดลานหน้าร้าน ไม้กวาดในมือก็คือดอกตองกงของท่าน ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ มันอยู่ในมือคนกวาดลาน