ยินดีต้อนรับสู่ร้านลำลำลับแลบ้าน 100 ปี เปิดทุกวัน 10.00-20.00 ทุกวันครับดูเมนูอาหาร →
ภาคสอง — เมืองที่ทัพต้องยั้ง

บทที่ 9 บ้านเหนือ บ้านใต้ และคำตอบของยายจัน

หนังสือ “ลับแลง — ตำราเล่าเรื่องแห่งเมืองที่อดีตยังกินได้” · ลำลำลับแล

ลงมาจากเมืองบนสิบนาที ภาษาเปลี่ยน

ชุมชนแถบทุ่งยั้งสืบสำเนียงเก่าแก่สายสุโขทัย ต่างจากคำเมืองของเมืองบนอย่างที่หูคนนอกก็จับได้ นั่งรถสิบนาทีข้ามจากโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่ง — จากตลาดที่แม่ค้าเรียกแกงว่า “แก๋ง” ไปหมู่บ้านที่ผูกพันกับข้าวเจ้าและความหวานแบบเมืองล่าง สองสำเนียงนี้อยู่ร่วมอำเภอเดียวกันมาหลายชั่วอายุคน แต่งงานข้ามกัน ค้าขายกัน ตักบาตรวัดเดียวกัน และใช้ครัวร่วมกันมาตลอด

เรารู้เรื่องทั้งหมดนี้ก่อนจะอ่านหนังสือเล่มไหนเสียอีก เพราะเคยถามยายของเราเองว่า ทำไมน้ำพริกน้ำแกงบ้านเราถึงไม่เหมือนที่ไหน

ยายจันเป็นชาวนา แต่เป็นชาวนาที่สมัยเด็กเรียนเก่งจนครูจะให้ไปเป็นครู ท่านไม่เอา — เหตุผลตรงไปตรงมาแบบคนลับแล: สมัยนั้นทำนารายได้ดีกว่า แต่ท่านไม่เคยเลิกอ่านหนังสือ อ่านมาตลอดชีวิต เป็นชาวนาที่หัวไวที่สุดคนหนึ่งที่เราเคยรู้จัก และเมื่อหลานถามคำถามข้างต้น ยายตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด:

อาหารบ้านเรามันผสมหลายวัฒนธรรม บ้านเหนือแถบหัวดงเป็นล้านนา บ้านใต้แถบทุ่งยั้งเป็นสุโขทัย

“บ้านเราอยู่ตรงกลางพอดี รสชาติมันเลยผสมๆ”

หลายปีต่อมา เมื่อเรานั่งไล่อ่านจารึก พงศาวดาร ข้อสันนิษฐานของกรมพระยาดำรงฯ และบทวิเคราะห์ของนักวิชาการเพื่อเขียนหนังสือเล่มนี้ เราพบว่าทั้งหมดพูดสิ่งเดียวกับที่ยายพูดในครัววันนั้น — เมืองบนคือสายไทยวนล้านนา เมืองล่างคือสายสุโขทัย และตรงกลางคือรสผสม ยายสรุปงานวิจัยทั้งชีวิตของนักวิชาการหลายสำนักได้ในประโยคเดียว ระหว่างโขลกพริกแกง

ยายไม่เคยอ่านวารสารวิชาการฉบับใด แต่คำตอบของท่านตรงกับหลักฐานทุกชิ้น เพราะยายไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากตัวหนังสือ ท่านเรียนจากลิ้น จากตลาด จากงานบุญสองฝั่ง จากการเป็นคนตรงกลางมาทั้งชีวิต

ความรู้แบบนี้ไม่ได้อยู่ในหอสมุด มันอยู่ในครก